เรื่องย่อ หม่าฟู่หยา หัวใจเพื่อบัลลังก์ (The Glamorous Imperail Concubine) ตอนที่ 7

ขุนนางเป่ยฮั่นบีบให้ฮ่องเต้ลงโทษฟู่หย่า มิเช่นนั้นจะนำกำลังทหารมาบุกแคว้นฉู่ อี้ฟางได้ยินดังนั้นก็ยิ้มด้วยความสะใจ หลังถูกคนของตนและพันธมิตรอย่างเป่ยฮั่นกดดันให้ลงโทษพระธิดาอันเป็นที่รัก ฮ่องเต้ก็ถึงกับกุมขมับ ครั้นพอถูกขุนนางเป่ยฮั่นข่มขู่และกดดันมากๆ เข้า ฮ่องเต้จึงสั่งให้ทหารของตนจับกุมขุนนางเป่ยฮั่นคนดังที่กล่าวมาข้างต้น ทหารของทั้งสองข้างจึงชักดาบและตรงเข้าเผชิญหน้ากัน ในขณะที่สภาพการณ์กำลังตึงเครียด รัชผู้สืบสกุลเหลียนเฉิงก็ควบม้าเผ่านาห้ามปรามก่อนที่เรื่องราวจะบานปลาย จากนั้นก็ประกาศว่าตนไปกับฟู่หย่าด้วยความเต็มใจ ไม่ได้เป็นการลักพาตัวอะไร

หลังถวายความเคารพและขอโทษฮ่องเต้แคว้นฉู่แล้ว เหลียนเฉิงก็แจกแจงว่าทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด ความจริงแล้วตนพึ่งจะมาถึงแคว้นฉู่จึงขอให้องค์หญิงฟู่หย่าพาชมบ้านเมือง เมื่อวานนี้ตนทั้งเมาและป่วยหากไม่ได้ฟู่หย่าช่วยชีวิตเอาไว้ตนคงตายไปแล้ว ฟู่หย่าจึงเป็นผู้มีพระคุณของตน เมื่อคิดว่าเหตุการณ์กลับตาลปัตร อี้ฟางและลูกสมุนจึงนำเรื่องที่ฟู่หย่าพานักโทษแหกคุก บุกรังควานทหารนับสิบ และฝ่าประตูเสวียนอู่มากล่าวอ้างเพื่อให้หาทางลงโทษนางให้ได้ ฟู่หย่าไม่ต้องการให้พระบิดาลำบากพระทัยจึงขอรับโทษตามกฏ สมุนของอี้ฟางได้ยินดังนั้นจึงรีบประกาศให้ลงทัณฑ์ เหลียนเฉิงแย้งว่าฟู่หย่าเป็นถึงองค์หญิงจึงไม่ควรลงโทษต่อหน้าประชาชน สมุนของอี้ฟางแย้งกลับว่าเหลียนเฉิงเป็นคนนอกไม่ควรเผ่านายุ่งเกี่ยว เหลียนเฉิงชี้ว่าฟู่หย่าเป็นผู้มีพระคุณของตนและแคว้นเป่ยฮั่น ตนจึงไม่อาจทนนิ่งดูดาย

หลังฟังอยู่นานอี้ปิงจึงเป็นตัวแทนประชาชนคุกเข่าขอร้องให้ฮ่องเต้ทรงเว้นโทษตายแก่องค์หญิง โดยบอกว่าที่ผ่านมาฟู่หย่าประกอบแต่คุณงามความดีงามและชอบช่วยเหลือผู้คน เหล่าประชาชนได้ยินดังนั้นจึงพากันร้องขอให้ฮ่องเต้ทรงเว้นโทษตายแก่องค์หญิง อี้ฟางและลูกสมุนไม่มีทางเลือกจึงยอมละเว้นโทษตาย แต่ฟู่หย่าควรต้องถูกโบยตามกฏอย่างน้อย 20 ไม้  ฟู่หย่ายอมรับโทษแต่โดยดี ขณะที่คุณกำลังจะโดนโบยฮัวกงกงก็เผ่านาขวาง (เอารองเท้าข้างหนึ่งขว้างใส่หัวเจ้าหน้าที่ๆ กำลังจะลงทัณฑ์) และประกาศว่าถ้าใครกล้าแตะต้องฟู่หย่าแม้เพียงปลายผมตนจะไม่มีวันยอมยกโทษให้

พอรู้ว่าฮ่องเต้เป็นคนกำหนดโทษโบยด้วยตนเอง ฮัวกงกงก็โวยวายและต่อว่าฮ่องเต้ยกใหญ่ ฮ่องเต้แย้งเสียอ่อยว่าตนไม่มีทางเลือก ฮัวกงกงได้ยินดังนั้นก็ยิ่งโมโหจึงบอกว่าเสียแรงที่ตนอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตช่วยเหลือฮ่องเต้จนได้ขึ้นครองบัลลังก์ หลังจากนั้นฮัวกงกงก็ขอรับโทษโบยแทนฟู่หย่าในฐานะที่เป็นอาจารย์ โดยอ้างว่าตนสอนลูกศิษย์ไม่ดี ฮ่องเต้ได้ยินดังนั้นจึงรีบสั่งให้โบยฮัวกงกงแทน

เรื่องย่อ ลุ้นรักอีกที…นา มีแร (Marry Him If You Dare) ตอนที่ 11

มีแรไปสมัครคอร์สนักเขียนบทโทรทัศน์ เจ้าหน้าที่คิดว่ามีแรอายุมากแล้วจึงถามว่าทำไมถึงเพิ่งจะมาเริ่มเอาป่านนี้ มีแรตอบว่าที่ผ่านมาคุณเคยส่งใบสมัครและตัวอย่างผลงานไปแล้วหลายที่แต่ไม่มีใครตอบกลับมา เจ้าหน้าที่กล่าวว่าคนอายุขนาดมีแรควรเป็นนักเขียนหลักแล้วด้วยซ้ำ และชี้ว่าหากมีแรพึ่งเริ่มในฐานะเด็กใหม่อาจทำให้ผู้ร่วมงานรู้สึกอึดอัด (ที่มีลูกน้องอายุมากกว่า) ที่สำคัญ คุณมาช้าไปสำหรับคอร์สปัจจุบัน ถึงกระนั้นมีแรก็ยังไม่ยอมแพ้และขนตำราเกี่ยวกับการเขียนบทโทรทัศน์ไปนั่งอ่านที่ร้านกาแฟ

ในที่สุดทีมผลิตก็ยอมเลื่อนการสัมมนามาเป็นตอนหนึ่งทุ่ม แต่จูฮยอนยังไม่วายสงสัยว่าผู้ดำเนินรายการมาร่วมประชุมกับข้างผลิตทำไม เมื่อคิมชินกล่าวว่าเป้าหมายของตนคือการทำเรตติ้งคนดูให้ได้ 20% ทุกคนก็ขำกลิ้ง พีดี "ลี แจซู" (พีดี คือ โปรแกรม ไดเร็คเตอร์ หรือ โปรดักชั่น ไดเร็คเตอร์) แย้งว่ารายการของพวกตนไม่ได้ออกอากาศช่วงไพร์มไทม์ แต่เป็นรายการตอน 6 โมงเช้า คิมชินไม่สนใจและกล่าวต่อว่า 'มิแรนด้า' ต้องการเรตติ้ง 15% แต่ตนจะทำให้ได้ 20% เลยต้องใส่ใจทีม 3 มากเป็นพิเศษ (และนี่ก็เป็นเหตุผลที่เขาต้องร่วมการสัมมนา) จูฮยอนถามคิมชินว่าเขาจะดันเรตติ้งอย่างไรโดยเฉพาะอย่างมากในวันเสาร์ พอคิมชินเสนอให้เล่นเรื่อง 'ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ' ทุกคนก็ขำกลิ้งอีกรอบ ฮยอนอาพยายามอธิบายว่ากลุ่มคนดูรายการเป็นแม่บ้าน แถมช่วงที่รายการออกอากาศเหล่าแม่บ้านต้องดูแลลูกๆ และสามี คิมชินจึงตัดบทด้วยการบอกให้นำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่สนุกสนาน

จูฮยอนถามคิมชินว่าหัวข้อ 'ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ' เป็นเรื่องสนุกสำหรับเขางั้นหรือ จากนั้นก็หันไปถามเซจูว่า ในตอนเช้าโดยเฉพาะอย่างมากเช้าวันเสาร์เขาอยากดูรายการทีวีที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจหรือเปล่า เซจูกล่าวว่ารายการจะน่าดูไหม อยู่ที่ว่าพวกตนผลิตสินค้าออกมาอย่างไร ทุกคนรู้สึกแปลกใจเมื่อได้ยินเซจูเรียกรายการว่าสินค้า เซจูจึงชี้ว่าพวกตนทำรายการในเชิงพาณิชย์เลยจำเป็นต้องคำนึงถึงผลกำไร คิมชินได้ยินดังนั้นจึงมองว่าเซจูเป็นเด็กใหม่ที่ไม่เข้าใจแวดวงโทรทัศน์ เขาถามเซจูว่าเพิ่งจะเริ่มงานก็เห็นการทำรายการเป็นธุรกิจการค้าแล้วหรือ เซจูสวนกลับว่าถ้าอย่างนั้นรายการทีวีเป็นงานศิลปะหรืออย่างไร จากนั้นก็ชี้ว่าการทำรายการต้องสร้างรายได้และผลกำไรให้กับทางสถานี คิมชินได้ยินดังนั้นก็ไม่พอใจ (และเถียงไม่ออก) เขาพูดประชดว่าอีกหน่อยเซจูคงรุ่งแน่ จากนั้นก็บอกทีมงานว่าตนทำงานร่วมกับเซจูไม่ได้ และให้ส่งเซจูไปหาเงินที่อื่นแทน พูดจบเขาก็เดินออกจากห้องทันที

เรื่องย่อ ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ (Guardian: The Lonely and Great God) ตอนที่ 4

หลังจากนั้นก็มีเสียง (ของพระเอก) บรรยายว่า "เขาเป็น น้ำ ไฟ และสายลม… เป็นทั้งแสงสว่าง และความมืดมิด… และครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นมนุษย์" ย้อนกลับไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน แม่ทัพ "คิมชิน" (ชื่อ "ชิน" จากสกุลคิม) ซึ่งกำลังเหนื่อยล้าหลังกรำศึกอย่างต่อเนื่องมาตลอดสามวันสามคืน ใช้ดาบ (ที่มีภาพแกะสลักรูปก็อบลินและเต็มไปด้วยคราบเลือด) พยุงกายให้ลุกขึ้นท่ามกลางซากศพและห่าธนูในสนามรบ ก่อนเผชิญหน้ากับศัตรูเป็นทัพที่กำลังควบม้าเข้าตรงเผ่านาหาอย่างไม่หวั่นเกรง เขาดึงลูกธนูที่ปักอยู่บนแขนข้างหนึ่งออก แล้วหยิบดาบขึ้นมาเตรียมต่อสู้อีกที ทันใดนั้นก็มีเสียงบรรยายว่า "ใครๆ ต่างเรียกเขาว่า "เทพเจ้า" เนื้อตัวของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด นัยน์ตาทอแสงเป็นประกายขณะใช้ดาบฟาดฟันศัตรู… เขาคือเทพเจ้าแห่งสงครามตัวจริง" 

ด้วยความที่มีศัตรูอยู่รอบกาย แม่ทัพคิมชินจึงแกว่งไกวดาบอย่างบ้าคลั่ง เขาเข่นฆ่าศัตรูที่ดาหน้าเผ่านาหาอย่างไร้ความปราณีจนเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วทุกทิศและฟาดฟันทุกสิ่งที่ขวางทาง สายตาของเขาจับจ้องไปที่แม่ทัพของศัตรูและมุ่งตรงเข้าไปหา แม่ทัพศัตรูเห็นดังนั้นจึงรีบถอยหนี แม่ทัพคิมชินเลยกระโดดขึ้นหลังม้าแล้วตามไปฆ่า หลังจากนั้นสงครามจึงยุติลง ขณะนำทัพเดินทางกลับเมืองหลวงประชาชนสองข้างทางต่างพากันออกมาแซ่ซ้องสรรเสริญแม่ทัพคิมชินในฐานะที่เป็นวีรบุรุษของพวกตน

เมื่อไปถึงหน้าประตูวัง ลูกน้องคนสนิทของแม่ทัพคิมชินบอกให้ทหารยามเปิดประตู โดยประกาศด้วยความภาคภูมิใจว่าแม่ทัพคิมชินผู้ยิ่งใหญ่นำชัยกลับมาแล้ว แต่ทหารยามชั้นผู้น้อยกลับไม่ยอมเปิดประตูให้ ทั้งยังเรียกชื่อแม่ทัพคิมชินตรงๆ อย่างดูหมิ่น จากนั้นก็สั่งให้แม่ทัพคิมชินถอดชุดเกราะก่อนรับราชโองการซึ่งนับเป็นการหยามเกียรติของแม่ทัพ เหล่าทหารของแม่ทัพคิมชินได้ยินดังนั้นต่างอึ้งไปตามๆ กัน หลังถูกลูกน้องคนสนิทของแม่ทัพคิมชินโวยใส่ ทหารยามคนดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นก็เรียกแม่ทัพคิมชินด้วยน้ำเสียงอันดุดันว่า "นักโทษกบฏคิมชิน จงถอดชุดเกราะและ…." ลูกน้องคนสนิทของแม่ทัพคิมชินอดรนทนไม่ได้จึงโวยวายอีกทีและชักดาบออกมา แม่ทัพคิมชินรีบปรามลูกน้องและยอมถอดเสื้อเกราะออกแต่โดยดี เหล่าทหารของแม่ทัพคิมชินเห็นดังนั้นจึงพร้อมใจกันทำตาม

เรื่องย่อ วิหค นครา (Novoland: The Castle in the Sky) ตอนที่ 2

สองสามีเมียพยายามพาลูกน้อยหลบหนีการไล่ล่าแต่กลับจนมุมที่ริมหน้าผา เมื่อไป๋เสวี่ยบอกให้ทั้งคู่ส่งเด็กมาให้ตน รุ่ยจู๋จึงสงสัยว่าราชินีของเผ่าตนมาที่นี่เพราะสามีหรือลูกน้อยของตนกันแน่ คุณชี้ว่าที่ผ่านมาสามีของตนไม่เคยลืมไป๋เสวี่ยเลย แต่เพราะไป๋เสวี่ยเป็นหญิงสูงศักดิ์สามีของตนจึงไม่คิดอาจเอื้อม และนั่นก็ทำให้เขาจำใจมาใช้ชีวิตกับหญิงประชาชนอย่างตน แต่ไป๋เสวี่ยไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจำใจเพราะทั้งคู่อยู่กินจนมีลูกด้วยกัน จีซูแย้งว่าอธิบายไปก็ไม่ประโยชน์เพราะเขารู้นิสัยของไป๋เสวี่ยดีมากยิ่งกว่าใคร หากวันนี้นางไม่ได้ตัวเด็กไม่มีทางรามือแน่ ไป๋เสวี่ยสั่งให้ทหารชิงตัวเด็กมาให้ได้ จีซูพยายามปกป้องลูกน้อยและเมียแต่รุ่ยจู๋ก็ถูกไป๋เสวี่ยฆ่าจนได้ เขาไม่ต้องการให้ลูกน้อยตกอยู่ในมือของไป๋เสวี่ยจึงอุ้มลูกกระโดดลงจากหน้าผา ไป๋เสวี่ยเห็นดังนั้นก็ยิ่งแค้นจึงสั่งให้ทหารตามหาตัว (หรือศพ) สองพ่อลูก
จีซูซึ่งอยู่ในสภาพบอบช้ำอุ้มลูกน้อยไปวิงวอนจากผู้อาวุโส "ซิงกู่เสวียน" (อาจารย์ของจีซู) ที่ "ตำหนักซิงเฉิน" (หรือ "ตำหนักดารา" ซึ่งเป็นสถานศึกษาสำหรับชนชั้นสูงเผ่าเหรินและเผ่าอวี่ ทั้งยังมีหน้าที่ไกล่เกลี่ยและพิทักษ์สันติภาพระหว่างสองชนเผ่า) ผู้อาวุโสซิงกู่เสวียนกล่าวว่าดอกไม้เทพ "ซิงหลิว" (ซิงหลิวฮัวเสิน) จะตกลงมายังโลกมนุษย์เพียงหนึ่งครั้งในรอบร้อยปี ละอองเกสรของดอกไม้เทพซิงหลิวจะทำให้ชนชั้นสูงเผ่าอวี่ที่โตเต็มวัยสามารถกางปีกบินได้ แม้แต่ไป๋เสวี่ยซึ่งเป็นมนุษย์ธรรมดายังปรารถนาดอกไม้เทพเช่นกัน นึกไม่ถึงว่าคราวนี้ดอกไม้เทพซิงหลิวจะลงมาจุติในตัวบุตรสาวของจีซูกับรุ่ยจู๋ จีซูขอให้ผู้อาวุโสช่วยรับลูกน้อยของตนไปอยู่ในความดูแล แต่ผู้อาวุโสซิงกู่เสวียนไม่อาจทำเช่นนั้นได้เพราะตำหนักซิงเฉินต้องวางตัวเป็นกลางจึงไม่อาจเข้าไปแทรกแซง มิเช่นนั้นอาจเกิดความขัดแย้งระหว่างสองชนเผ่าขึ้นอีกที จีซูต้องการปกป้องลูกและอยากให้ลูกน้อยเติบใหญ่ในโลกมนุษย์อย่างปลอดภัยจึงขอให้อาจารย์แบ่งยาซิวหลัวตานให้ตน เพราะเขาได้ยินมาว่าหากกินซิวหลัวตานแล้วรูปร่างหน้าตาจะเปลี่ยนไป

18 ปีต่อมา
บุตรสาวจีซูเติบใหญ่เป็นสาวสะพรั่งและใสซื่อ ชื่อของคุณคือ "อี้ฝูหลิง" คุณเป็นคนรักของรัชผู้สืบสกุลเผ่าเหริน "ไป๋ถิงจวิน" (ลูกชายไป๋เสวี่ย) ทั้งคู่ไม่ได้พบหน้ากันนานสองปีนับตั้งแต่ถิงจวินเดินทางไปศึกษาที่ตำหนักซิงเฉิน แต่ยังคงติดต่อกันผ่านทางผีเสื้อสื่อสาร ถิงจวินฝากข้อความมาบอกคุณว่าเขาไม่สามารถกลับมาฉลองวันเกิดคุณได้อีกตามเคย โดยอ้างว่าตนเองเรียนหนักแถมตำหนักซิงเฉินยังอยู่ห่างไกล ฝูหลิงขอ "ลูกปัดสีแดง" (แทนความรัก) เป็นของขวัญเกิด แต่ถิงจวินกลับส่งมีดสั้นมาให้คุณพกไว้ป้องกันตัวแทน ฝูหลิงจึงรู้สึกผิดหวัง

เรื่องย่อ มังกรหยก (The Legend of the Condor Heroes 2017) ตอนที่ 4

หลังเคลียร์ที่ทางแล้ว สามชายหนุ่มจึงมานั่งดื่มสุราด้วยกัน กัวเสี้ยวเทียน [ก๊วยเซาเทียน] กล่าวว่าพวกตนเลื่อมใสแม่ทัพเยว์เฟย [งักฮุย] มากและอยากพลีชีพเพื่อให้ชาติเช่นกัน หยางเถี่ยซิน [เอี๊ยทิซิม] ขอให้ชิวฉู่จี [คูยก่กี] พักที่หมู่บ้านของพวกตนสักระยะเพื่อให้จะได้ถ่ายทอดวิชาให้พวกตน ชิวฉู่จียอมรับปากแต่โดยดี สองชายหนุ่มแนะนำเมียของพวกตนที่ต่างกำลังตั้งครรภ์ให้ชิวฉู่จีรู้จัก และขอให้ชิวฉู่จีช่วยตั้งชื่อลูกในท้องให้พวกตน ชิวฉู่จีออกตัวว่าตนเดินทางด้วยความเร่งรีบเลยไม่ได้พกข้าวของติดตัวมามากนัก จึงขอมอบมีดสั้นให้เด็กในท้องคนละเล่ม (เขาสลักชื่อเด็กไว้ที่ด้ามมีด) ปรากฏว่าชื่อที่ชิวฉู่จีตั้งให้เด็กทั้งสองคือ "กัวจิ้ง" [ก๊วยเจ๋ง] กับ "หยางคัง" [เอี้ยคัง] กัวเสี้ยวเทียนรู้ได้ทันทีว่าชิวฉู่จีต้องการให้ลูกๆ ของพวกตนจดจำเหตุการณ์ปีจิ้งคัง (ราชวงศ์ซ่งเหนือล่มสลาย) ชิวฉู่จียอมรับและหวังว่าเด็กทั้งสองจะช่วยปกป้องบ้านเมือง หยางเถี่ยซินกล่าวว่าหากเด็กทั้งสองเป็นชายล้วนหรือหญิงล้วน ทั้งคู่จะเป็นพี่น้องร่วมสาบานเช่นเดียวกับพวกตน กัวเสี้ยวเทียนเสริมว่าหากเป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่งก็ให้ทั้งคู่เป็นสามีเมียกัน หลี่ผิง [หลีเพ้ง] เมียของกัวเสี้ยวเทียนจึงเสนอให้แลกมีดสั้นแทนคำมั่นสัญญา

* "เหตุการณ์ปีจิ้งคัง" เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1127 หลังฮ่องเต้สองพระองค์ของราชวงศ์ซ่งเหนือ ("ซ่งฮุยจง" และ "ซ่งชินจง") ถูกต้าจินจับไปเป็นเชลยศึกจนนำมาสู่จุดจบของราชวงศ์ซ่งเหนือ เหตุการณ์นี้ทำให้เยว์เฟย [งักฮุย] ตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจำเป็นต้องกอบกู้แผ่นดินที่สูญเสียไปกลับคืนมาให้ได้ 

หลังพาหยางเถี่ยซิน [เอี๊ยทิซิม] ซึ่งอยู่ในสภาพเมามายเข้านอนแล้ว เปาซีรั่ว [เปาเซียะเยียก] (เมียของหยางเถี่ยซิน) ได้ยินเสียงแพะร้องระงมกลางดึกจึงเดินออกไปดูข้างนอกว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเห็นแพะยืนออหน้าห้องเก็บฟืนคุณจึงเดินเข้าไปดูและสะดุดขาใครบางคนจนล้มลง ครั้นเห็นหนึ่งในชายชุดดำซึ่งมีลูกศรปักคาอกหลบซ่อนตัวอยู่ภายใต้กองฟางคุณก็รู้สึกตระหนกตกใจและจะวิ่งหนีไป แต่เขาคว้าแขนคุณไว้แล้วขอให้ช่วยดึงลูกศรออกพลางร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด คุณเห็นสภาพอันน่าเวทนาของเขาแล้วรู้สึกสงสารจึงยอมช่วยเหลือทั้งที่รู้ว่าเขาเป็นศัตรูของบ้านเมืองและนักพรตชิวฉู่จี [คูยก่กี]  หลังเปาซีรั่วห้ามเลือด ทำแผล และช่วยป้อนยาให้ ชายชุดดำคนดังที่กล่าวมาแล้วก็เริ่มรู้สึกตัว เมื่อลืมตาแล้วได้เห็นใบหน้าอันงดงามของคุณ เขาก็ถึงกับตกตะลึงและตกหลุมรักคุณทันที เปาซีรั่วชั่งใจว่าจะบอกสามีเรื่องชายชุดดำดีหรือเปล่า เพราะขืนบอกเขาไม่รอดแน่ แต่ถ้าไม่บอกก็เท่ากับช่วยชีวิตศัตรูของชิวฉู่จี

เรื่องย่อ ปาฏิหาริย์รักจากดวงดาว (Silence) ตอนที่ 3

หลังจากนั้นคุณบังเอิญพบเขาหลบมายืนพิงต้นไม้ใหญ่ตามลำพัง พลางหลับตาพริ้มขณะสวมหูฟังเหมือนกับเขาเป็นคนเดียวที่เหลืออยู่ในโลก นั่นจึงทำให้คุณเข้าใจว่าทำไมเขาถึงบอกว่าตนเองเป็นมนุษย์ดาวอังคาร เพราะเหล่ามนุษย์ต่างดาวที่อยู่บนโลกมนุษย์ล้วนอ้างว้างโดดเดี่ยว คุณยังพบด้วยว่าดาดฟ้าโรงพยาบาลเป็นสถานที่ลับสำหรับการปลีกวิเวกอีกแห่งของมนุษย์ต่างดาว หลังพบกันโดยบังเอิญอีกรอบบนดาดฟ้าคุณกับเขาก็นั่งทานข้าวกล่องมื้อเย็นด้วยกัน เขาเห็นข้าวหน้าเนื้อย่างที่แม่คุณทำมาให้แล้วอดใจไม่ไหว จึงเอ่ยปากขอแลกข้าวกล่องกับคุณและนั่งทานอย่างเอร็ดอร่อย ขณะเดินกลับห้องผู้ป่วยเขาดันถามเรื่องที่มนุษย์ต่างดาวไม่ควรถาม (ชื่อบนโลกมนุษย์ของคุณ) จากนั้นก็แนะนำตัวว่าตนชื่อ "ชีเหว่ยอี้" คุณจงใจเขียนชื่อเป็นภาษาเกาหลีลงบนสมุดโน้ตแล้วยื่นให้เขาดู เขาเลยเดาว่าคุณเป็นคนเกาหลีและที่คุณไม่พูดเป็นเพราะภาษาจีนกลางไม่แข็งแรง

วันที่สองของการได้รู้จักเพื่อให้นใหม่ แม่ของคุณประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตขณะจะนำข้าวหน้าเนื้อย่างมาส่งให้คุณที่โรงพยาบาล (ก่อนแม่เสียชีวิตลุงจั่วให้คำมั่นว่าจะช่วยดูแลคุณ) หลังได้รับข่าวร้ายคุณรู้สึกเหมือนตัวเองสูญเสียโลกทั้งใบ ถึงพูดได้อีกรอบจะมีประโยชน์อะไรที่อยู่ในเมื่อแม่ไม่มีวันได้ยินเสียงคุณอีกแล้ว ดูเหมือนว่ามนุษย์ดาวอังคารจะเข้าใจความเจ็บปวดของคุณ เขาเลยปลอบใจคุณด้วยการเล่าเรื่องลัคกี้สตาร์ให้ฟัง โดยบอกว่าสำหรับมนุษย์ดาวอังคารแล้วจะอยู่หรือตายไม่แตกต่างกันสักนิด  เพราะคนที่จากโลกนี้ไปแล้วจะโบยบินไปยังแดน 'แห่งนั้น' เขาทำสัญลักษณ์มือแล้วยกทาบบนท้องฟ้า โดยบอกว่านี่เป็นรหัสลับที่รู้กันในหมู่มนุษย์ดาวอังคารเท่านั้น

เขาเล่าต่อว่าแดนแห่งนั้นคือ 'สตาร์' หรือคุณจะเรียกมันว่า 'ลัคกี้สตาร์' ก็ได้ คนที่จากโลกนี้ไปแล้วจะไปอยู่บนลัคกี้สตาร์เหนือฟากฟ้าและจะทอแสงระยิบระยับให้คุณ ไม่แน่ว่าบางทีตอนนี้แม่ของคุณอาจอยู่บนนั้น ท่านรู้ว่าคุณไม่ชอบพูดเลยอยู่บนนั้นทุกคืนแล้วพูดคุยกับคุณด้วยการส่องแสงระยิบระยับและยิ้มให้คุณ เขาสอนคุณทำสัญลักษณ์มือลัคกี้สตาร์ (ทำภาษามือที่แปลว่า 'รัก' ทั้งสองมือแล้วนำมาประกบ (เกี่ยว) กันตรงนิ้วกลางกับนิ้วนาง จากนั้นนำนิ้วโป้งของมือซ้ายมาแตะนิ้วก้อยของมือขวา ยืดนิ้วชี้ตรงๆ จะเห็นเป็นสัญลักษณ์รูปดาวห้าแฉก)  พลางบอกว่าคนที่อยู่บนลัคกี้สตาร์ล้วนเป็นคนดี ที่สำคัญหัวใจของพวกเขาเชื่อมโยงกับหัวใจของเรา เขาดันมือคุณ (ที่ทำสัญลักษณ์ลัคกี้สตาร์อยู่) ให้แนบอก (หัวใจคุณ) ก่อนบอกว่าตราบใดที่คุณรักและโหยหาอาวรณ์คนที่อยู่บนลัคกี้สตาร์ พวกเขาจะอยู่ 'ตรงนี้' ตลอดไป (เหว่ยอี้ชี้ที่มือของคุณซึ่งยังคงวางทาบหัวใจ)

เรื่องย่อ ซิติงซาน ยอดขุนพลคู่บัลลังก์ (Lady Fan) ตอนที่ 4

หลังจากนั้นหลีฮัวก็ขึ้นเขาไปปรึกษาอาจารย์ ระหว่างนั้นทหารต้าถังได้เริ่มเคลื่อนทัพประชิดชายแดนซีเหลียง เมื่อหลีฮัวรู้ว่าหยางฟานกับฝานเวยยุให้พ่อเปิดศึกก็รู้สึกเป็นห่วง ด้วยรู้ว่าระหว่างด่านอวี้เหมินกับด่านหานเจียงเป็นป่าที่ปกคลุมด้วยไอพิษ คุณจะรีบไปช่วยพ่อแต่อาจารย์แย้งว่าการสู้รบไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา ทางเดียวที่จะช่วยหยุดยั้งไฟสงครามระหว่างต้าถังกับซีเหลียงคือคุณต้องแต่งงานกับคนที่สวรรค์กำหนด ซึ่งก็คือชายชาวฮั่นในภาพมายาที่คุณเห็นบ่อยครั้ง เพื่อให้ให้คุณรู้ว่าเขาเป็นใคร อาจารย์จึงมอบแหวน "ฉิงปี่จินเจียน" (รักหนักแน่นกว่าทอง) ให้หลีฮัว โดยบอกว่าแหวนจะแยกเป็นสองวงหากคุณพบเนื้อคู่ เมื่อคุณกับเขาประสานใจและมือข้างที่สวมแหวนเข้าด้วยกัน วิกฤติการณ์ต่างๆ จะคลี่คลาย

ในที่สุดทัพต้าถัง (นำโดยทหารสกุลเซวียแห่งด่านอวี้เหมิน) กับซีเหลียง (นำโดยทหารสกุลฝานแห่งด่านหานเจียง) ก็เปิดฉากสู้รบกัน ฝานหงลวงเหรินกุ้ยเข้าไปในป่าที่เต็มไปด้วยไอพิษ สุดท้ายทั้งคู่ก็ติดอยู่ในนั้น ติงซานกับหลีฮัวเลยรีบเข้าป่าไปช่วยพ่อของตน อยู่ๆ แหวนในมือหลีฮัวก็แปล่งแสงสว่างจ้าก่อนนำทางหลีฮัวไปหาเนื้อคู่ หลังพบคนๆ นั้นแล้วแหวนก็แยกเป็นสองวง ที่แท้เนื้อคู่ของหลีฮัวคือ…ติงซาน เขาอยากฆ่าคุณให้หายแค้นแต่ห่วงพ่อมากกว่าเลยยอมปล่อยคุณไป ครั้นถูกหลีฮัวตามตื๊อให้สวมแหวนในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน ติงซานก็รู้สึกหงุดหงิด (เขาพยายามมองหาพ่อแต่มองไม่เห็นเพราะป่าเต็มไปด้วยไอพิษ) หลีฮัวชี้ว่าหากพวกตนสวมแหวนจะช่วยแก้ไขสภาวะได้แต่ติงซานไม่สนและขอให้หลีฮัวหลีกทาง

หลังต่างข้างต่างไม่ยอมอ่อนข้อทั้งคู่จึงต่อสู้กัน ทันใดนั้นแหวนทั้งสองวงก็ลอยเข้าไปหานิ้วนางข้างซ้ายของทั้งคู่ ติงซานพยายามถอดแหวนแต่ถอดไม่ออกเลยรีบไปช่วยพ่อก่อน หลีฮัวมองว่าติงซานกำลังจะเดินลงเหวเลยรีบตามไปคว้าตัวเขาไว้ ติงซานนึกว่าหลีฮัวจะรังแกเลยหันกลับมาเล่นงานคุณ สุดท้ายก็พลัดตกเหวด้วยกันทั้งคู่ ครั้นหลีฮัวกับติงซานประสานมือกันก็เกิดเหตุปาฏิหาริย์ เมื่อมีพลังบางสิ่งบางอย่างทำให้การสู้รบยุติลง แถมพ่อของทั้งคู่ยังลอยคว้างออกจากป่าที่เต็มไปด้วยไอพิษ หลังปืนกลับขึ้นไปบนเขาแล้วพบว่าทหารทั้งสองข้างต่างถอยทัพ ติงซานกับหลีฮัวก็รู้สึกโล่งใจ แต่แล้วอยู่ๆ ติงซานก็ล้มลงไปนอนแน่นิ่งเพราะบาดเจ็บภายในและสูดดมไอพิษมากเกินไป หลีฮัวจึงพาเขาไปรักษาตัวบนเขาหลีซาน

เรื่อง ปล้นนะยะ

เครดิตทีมงาน

วินัย ไกรบุตร

จาตุรงค์ ม๊กจ๊ก

ธงธง ม๊กจ๊ก

โก๊ะตี๋ อารามบอย

นำแสดงโดย

วินัย ไกรบุตร จาตุรงค์ ม๊กจ๊ก ธงธง ม๊กจ๊ก โก๊ะตี๋ อารามบอย ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ แอนดรูว์-ศุภมร โคร์นิน อั๋น-วริทธิ์ โสตถิวิรัช เอส-สุเมธ แซ่ลี้ นพพล พิทักษ์โล่พานิช

ออกแบบเครื่องแต่งกาย พจน์ อานนท์, ภิรมย์ เรืองจิตการ

กำกับภาพ ปัญญา นิ่มเจริญรุ่งเรืองพงษ์

ออกแบบงานแสง ตนัย นิ่มรุ่งโรจน์พงษ์

บันทึกเสียง ยุทธนา ทุสาวุธ

ควบคุมความต่อเนื่อง สมลักษณ์ คุณกมลกาญจน์

งานศิลปกรรม ทวีศักดิ์ นกเทศ

ธุรกิจกองถ่าย ปัญวรรณ นิ่มเจริญก้าวหน้าพงษ์

ผู้จัดการกองถ่าย พัชรินทร์ บุญดา

ออกแบบงานสร้าง พจน์ อานนท์

อวยการสร้าง เกรียงไกร เชษฐโชติศักดิ์

สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์

พจน์ อานนท์

ควบคุมและดำเนินงานสร้าง พจน์ อานนท์

กำกับการแสดง พจน์ อานนท์

เรื่องย่อ ภาพยนตร์เรื่อง "ปล้นนะยะ"

เรื่องราวครั้งหนึ่งในชีวิตของกะเทยสาว 4 คน 4 สไตล์ ที่ตัดสินใจร่วมมือกันปล้นเงินจากธนาคารหน้าปากซอย โดยหวังว่าเงินที่ได้จากการปล้นนั้นจะสามารถทำให้ชีวิตสาวประเภทสองของพวกคุณเติมเต็มจนบริบูรณ์ได้ แต่แผนการปล้นของพวกคุณนั้นไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด เพราะในขณะที่พวกคุณปล้นอยู่นั้นโจรวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่งกลับบุกมาปล้นธนาคารนั้นพร้อมๆกัน คราวนี้เรื่องวุ่น ๆ ของการต่อสู้แก่งแย่งเงินที่ปล้นจึงเกิดขึ้น กะเทยสาว โจรมือใหม่ ที่รักความสวยความงามมากกว่าทุกอย่างในโลก ต้องเผชิญกับโจรชายหนุ่มและอุปสรรคต่าง ๆ รวมไปถึงตำรวจผู้ห้าวหาญที่นำพลล้อมอยู่แล้วภายนอกธนาคาร

เจ๊พริกเป็นกะเทยรุ่นพี่ที่สุดของกลุ่ม คุณเป็นเจ้าของร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งในย่านนั้น ความที่เป็นคนซ่า เอาเรื่องและจัดจ้านสมชื่อ ทำให้เจ๊พริกมีลูกค้าเสริมสวยเจ้าประจำหลายต่อคนจำนวนไม่น้อย แต่ทว่ารายได้ของเจ๊พริกก็ยังไม่พอค่าเช่าที่ ที่แพงขึ้นทุกวันได้นอกจากนี้เจ๊พริกก็มีปัญหาเรื่องหนี้พนันบอลอีกด้วย ทำให้ปัญหาเรื่องเงินนี้ยิ่งเป็นปัญหาใหญ่ของคุณ เจ๊พริกตัดสินใจทำเรื่องขอกู้เงินจากธนาคารหน้าปากซอย แต่ไม่ว่าเจ๊พริกจะพยายามเท่าไหร่ก็ทำเรื่องขอกู้เงินจากคุณสาริน ผจก.ธนาคารชายหนุ่มไม่ได้สักที

Gintama – “กินทามะ ซามูไรเพี้ยนสารพัด” (2017)

หนังเหมือนถือถุงกาวตลอดเวลา โคตรฮาในความเพี้ยนบ้าบอจนน้ำตาไหล!

ยอมรับสารภาพว่าเห็นมังงะเรื่อง “Gintama” มานานมาก แต่ไม่เคยมีโอกาสได้หยิบมาอ่านหรือดูฉบับอนิเมะสักที จนการมาของ “Gintama” ฉบับไลฟ์แอคชั่นเรื่องนี้ ซึ่งการดูหนังเรื่องนี้ โดยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเนื้อหา ตัวละคร หรือแนวทางใดๆมาก่อนเลย อาจจะทำให้คนที่ไม่ใช่แฟนเรื่องนี้อาจกลุ้มใจว่าจะดูหนังไม่รู้เรื่อง แต่นั่นก็คงถูกแค่บางเดียว เพราะหนังก็จิกกัดล้อตัวเองตั้งแต่ฉากเปิดเรื่องที่ประกาศตั้งแต่ต้นเลยว่าหนังมีฉากเปิดนี้เพื่อให้ให้คนที่ไม่เคยรู้จัก กินทามะ มาก่อน! แถมยังไม่ใช่แค่ล้อรายการทีวี แต่ยังเล่นกันลามปามไปถึงการขึ้นโลโก้สตูดิโอ Warner Bros. ที่รับหน้าที่จัดจำหน่ายเรื่องนี้ในตลาดต่างประเทศด้วย!

หนังเล่าเรื่องราวที่มีฉากหลังเป็นเมืองเอโดะในยุคที่มนุษย์ต่างดาวที่เรียกกันว่า “ชาวสวรรค์” มาตั้งรกรากและออกคำสั่งริบยศถาบรรดาศักดิ์และยึดดาบของซามูไรไป พร้อมออกกฎหมายห้ามพกอาวุธทุกประการ ทำให้ยุครุ่งเรืองของซามูไรได้จบสิ้นลง

‘กินโทกิ ซากาตะ’ คือซามูไรผู้ต่อต้านชาวสวรรค์และยังยึดมั่นในจิตวิญญาณของซามูไร แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไป ทำให้ปัจจุบัน เขาจึงเปิดร้านรับจ้างสารพัด ทำงานทุกอย่างตามคำขอ แลกกับเศษเงินที่ได้จากงานรับจ้าง มีผู้ช่วยคือ ‘ชินปาจิ ชิมูระ’ ชายหนุ่มแว่นที่ทำงานเพื่อให้เรียนรู้จิตวิญญาณของซามูไร และ ‘คางุระ’ เด็กหญิงชาวสวรรค์เผ่ายาโตะ ผู้มีแรงช้างสาร ทั้งสามทำงานรับจ้างเพื่อให้หาเงินมาจ่ายค่าเช่าบ้านและเลี้ยงชีวิตในยุคมืดของซามูไรที่เต็มไปด้วยสีสัน

กระทั่ง พวกเขาต้องไปพัวพันกับฆาตกรต่อเนื่องที่ใช้ดาบเบนิซากุระ ดาบอาถรรพ์ซึ่งจะกลืนกินผู้ใช้ทีละน้อย โดยหารู้ไม่ว่าเบื้องหน้าของเรื่องราวทั้งหมดคือดำเนินงานโหดของ ‘ชินสุเกะ ทากาสุงิ’ ผู้ก่อการร้ายที่มีอดีตร่วมกับกินโทกิ

ว่ากันตามตรง แค่ฉากช่วงต้นกับการที่ตัวละครวิ่งออกไปไล่จับด้วงกันก็สร้างเสียงหัวเราะได้สุดๆแล้ว ส่วนตัวไม่รู้จัก กินทามะ มาก่อนเลย แต่สนุกกับหนังเรื่องนี้และฮาไปกันมุกล้อเลียนสารพัดในเรื่องมากๆ ซึ่งก็ต้องเตือนกันก่อนว่าหนังมีมุกเฉพาะกลุ่มที่เยอะมาก ตั้งแต่ล้อมังงะด้วยกัน ล้อตัวละคร ล้อผู้แสดง สารพัด ถ้าใครคุ้นเคยกับอะไรที่เป็นญี่ปุ่นมากๆมาในระดับหนึ่ง คุณก็จะฮาแตกไปกับมันแบบสุดติ่ง เช่น ฉากไปอู่เพื่อให้เอาอุปกรณ์ นอกจากนี้ก็คือตัวละครแต่ละตัว มันช่างรั่วมากๆ ยิ่งเจ้า อลิซาเบธ นี่โผล่มาฉากไหน แม้อยู่นิ่งๆก็ทำเอาเราขำได้แล้ว และการที่หนังมีตัวมุกตลกที่ดีอยู่แล้วทำให้พากย์ไทยของพันธมิตรยิ่งเผ่านาขยี้ความฮาให้ละเอียดลงไปอีก เห็นได้ชัดจากฉากไปร้านช่างตีดาบของพระเอกที่เสียงพากย์ภาษาไทยนั้นทำหน้าที่ได้ดีมาก

แม้หนังจะมีฉากแอคชั่นหลายฉาก แต่ก็อย่าไปคาดหวังเรื่อง CG อะไรมาก แต่ยิ่ง CG มันไม่เนียนนี่แหละทำให้เวลาตัวละครมันล้อกัน จึงยิ่งดูตลกเข้าไปอีก มันให้ภาพโลกที่เพี้ยนๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ จนเราพร้อมจะกระโดดเข้าไปสนุกกับมัน

ผู้แสดงก็เล่นกันดีทุกราย ซึ่งถึงตอนนี้เชื่อแล้วว่าเฮีย ชุน โองุริ (Crows Zero 1-2, Lupin the Third, Terra Formars) นั้นแสดงได้ทุกหน้าที่ ส่วน มาซามิ นางาซาวะ (Your Name, I Am A Hero) เรื่องนี้เหมือนดูผอมลงหน่อย แต่ก็ยังสวยหนังยังมี มาซากิ ซุดะ (Death Note: Light Up The New World), สาวน้อย คันนะ ฮาชิโมโตะ (I Wish, Assassination Classroom), มาซากิ โอคาดะ (I Give My First Love To You, Confessions, Space Brothers) และ ทากายูกิ ยามาดะ (Crows Zero) ก็มาร่วมแจมด้วยกับการพากย์เสียงคิวทาโร่ เอ้ย! อลิซาเบธ

Freaky Friday ศุกร์สยอง สองรุ่นสลับร่าง (2003)

Freaky Friday ศุกร์สยอง สองรุ่นสลับร่าง เป็นเรื่องราวของสองแม่ลูก Anna ( Lindsay Lohan ) และ Tess ( TessJamie Lee Curtis ) ที่ทั้งคู่นั้นไม่ค่อยเข้าใจกันและสมุทราะกันอยู่เสมอ ซึ่งมันมีเหตุการณ์อะไรบางอย่างที่ทำให้ทั้งคู่นั้นต้องสลับร่างกัน หนังเรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังแนวครอบครัวที่สมาชิกในบ้านนั้นค่อนข้างต่างวัยกัน ซึ่งในช่วงแรกๆหนังจะปูให้เรารู้ว่าสองแม่ลูกคุ่นี้มีการใช้ชีวิตที่ต่างกันมากขนาดไหน ในตอนนี้คนดูอย่างเราๆอาจจะรู้สึกเบื่อหน่อยๆ แต่ความสนุกของหนังก็เริ่มขึ้นเมื่อทั้งคู่นั้นสลับร่างกัน โดยภายหลังที่สลับร่างกันแล้วหนังจะเพิ่มความฮาขึ้นมาเยอะเลยทีเดียว เราจะได้เห็นแม่ลูกคู่นี้ค่อยๆสลับกันใช้ชีวิต แม่ที่อยู่ในร่างเด็ก กับ เด็กที่อยู่ในร่างแม่ คุณก็คงจะนึกภาพออกนะว่ามันจะเป็นยังไง และในขณะนี้เองที่ทั้งคู่เริ่มจะเข้าใจชีวิตของกันและกันมากขึ้น จนในช่วงสุดท้ายของหนังเรื่องนี้กล่าวได้ว่าหากใครบ่อน้ำตาตื่นก็ต้องมีน้ำตาซึมกันบ้าง เชื่อสิ

หนังสลับร่าง โดยส่วนตัวคิดว่าหนังแนวนี้ชอบมีสูตรสำเร็จที่จะเหมือนๆกับเรื่องอื่น ซึ่งก็คิดไม่ผิดเพราะหนังเรื่องนี้ก็เป็นแบบนั้นผู้กำกับ ( Mark Waters ) คงคิดมาแล้วว่าหนังแนวนี้มันต้องอย่างงี้แหละดีที่สุด แต่มันสนุกตรงที่เราจะได้เห็นสองแม่ลูกสลับการใช้ชีวิต การที่ทั้งคู่เริ่มเห็นปัญหาของกันและกัน การปรับวามรู้ความเข้าใจที่เรื่องจริงคงทำแบบงี้ไม่ได้ยกเว้นเปิดอกคุยกัน แต่ก็แอบสงสัยนิดๆในช่วงที่ลูกแปลงเป็นแม่แล้วไปสร้างความเสียหายขนาดนั้น เมื่อกลับร่างเดิมแล้วแม่จะทำยังไงต่อ แต่หนังก็ไม่ได้ฉายตรงนี้เพราะถ้าหากนำมาฉายมันก็จะเปลี่ยนเป็นหนังดราม่าเลยทันที

สุดท้ายวามรู้ความเข้าใจดีที่สุด แน่ๆว่าหนังแนวๆนี้ชอบมีสิ่งที่ต้องการจะบอกคนดูให้รู้จักเปิดใจรับฟังปัญหาของคนอื่น อย่างในหนังเราจะเห็นได้เลยว่าตัวแม่นั้นมักมีเหตุผลของตนและนำเหตุผลไปใช้กับลูก ซึ่งมันคือการบังคับให้ทำตามโดยใช้สิทธิความเป็นแม่ ส่วนตัวลูกนั้นก็ชอบโวยวายและไม่ค่อยพูดอะไรมากนัก อย่างในเรื่องของวงดนตรีหากสองแม่ลูกเปิดอกคุยกันอะไรๆมันอาจจะดีมากกว่านี้ และในเรื่องของการแต่งงานใหม่ที่หนังพยายามสื่อให้คนดูรู้เลยว่า ถ้าหากคุณกำลังจะมีอะไรอย่างงี้ในครอบครัว จงอย่าไปเร่งหรืออะไรสมาชิกในครอบครัว จงให้เวลาแก่เขาโดยเฉพาะหากคุณมีลูกและต้องการแต่งงานใหม่

สรุป เป็นหนังครอบครัวที่สื่อให้เห็นถึงความต่างกันของวัย และกล่าวถึงเรื่องการปรับวามรู้ความเข้าใจกัน ที่นำเสนอในรูปแบบที่เข้าถึงคนดูได้ดี เข้าใจง่าย แนะนำให้ลองไปดูกันครับ