เรื่องย่อ หนุ่มออฟฟิศพิชิตฝัน (Misaeng) ตอนที่ 12

คือแรมองสูทตัวใหม่ที่แม่อุตส่าห์ซื้อและรีบนำมาให้พลางนึกถึงคำที่แม่พูด เขาจึงนำไปลองสวมในห้องน้ำ ปรากฏว่าสูทมีขนาดพอดีตัวทั้งยังทำให้เขาดูดีขึ้นมาก เขาเห็นภาพตัวเองในกระจกแล้วอดน้ำตาร่วงไม่ได้

หลังขอความร่วมมือจากบรรดาหัวหน้าทีม หัวหน้าก็โอเรียกเหล่าพนักงานฝึกหัดมาประชุมและขอแรงให้มาช่วยตรวจตราปลาหมึกดองที่จะส่งออกไปอเมริกา (พอมองว่าอยู่ดีๆ คือแรก็ใส่สูทหัวหน้าโอจึงทำหน้าแปลกใจ) เขาไม่สนใจว่าปลาหมึกชนิดไหนจะมีราคาสูงกว่า ในเมื่อสินค้าที่จะส่งออกคือปลาหมึกกล้วยดอง ถ้าหากมีปลาหมึกชนิดอื่นปลอมปนเผ่านาก็จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินค้าและความน่าเชื่อถือของบริษัท  ทุกคนต่างพากันนั่งอึ้งเมื่อได้รับคำสั่งให้ไปคัดแยกลูกปลาหมึกยักษ์ที่โรงงานซีฟู้ด (พวกเขาต่างจบจากสถาบันชั้นนำและมีประวัติที่โดดเด่น)   

เมื่อหัวหน้าโอออกไปแล้ว เหล่าพนักงานฝึกหัดต่างพากันบ่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกสั่งให้ไปใช้แรงงาน (คือแรก้มมองสูทตัวใหม่ของตนอย่างเป็นห่วง) หนึ่งในนั้นสงสัยว่าที่ยองอีได้รับการยกเว้นคงเป็นเพราะคุณเป็นผู้หญิง แต่เพ็คกีชี้ว่าหัวหน้าคุณไม่อนุญาตให้ไป ซังฮยอนมองว่าปัญญาชนอย่างพวกตนไม่คู่ควรกับการทำงานที่สกปรกและต่ำชั้นแบบงี้ จึงเปรยว่าการใช้แรงงานน่าจะเหมาะกับคนอื่นมากกว่าพวกตน ทุกคนได้ยินดังนั้นจึงพร้อมใจกันหันไปมองคือแร

หัวหน้าโอตรวจดูไฟล์ที่คือแรจัดระเบียบปฏิบัติและพยายามมองหาไฟล์ของตน (คือแรจัดเรียงโดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่และปี ค.ศ. เพื่อให้แยกไฟล์ที่ไม่เข้าพวกออกมา) คือแรถามว่าผลงานของตนใช้ได้ไหม หัวหน้าโอตอบคำเดียวว่า "ไม่"  ก่อนถามว่าคือแรไม่มีเพื่อให้นใช่ไหม เขาชี้ว่าคือแรจัดกฎระเบียบไฟล์เหมือนกำลังจัดเรียงไดอารี่ส่วนตัว (รู้เรื่องอยู่คนเดียว) และกล่าวแบบปลงๆ ว่าตนไม่ได้คาดหวังอะไรจากคือแรอยู่แล้ว

ในที่สุดเหล่าพนักงานฝึกหัดก็มารวมตัวกันที่โรงงาน ปรากฏว่าทางโรงงานมีชุดกันเปื้อนไม่พอ ทำให้บางคน (ส่วนน้อย – ซึ่งแน่ๆว่าคือแรเป็นหนึ่งในนั้น) ได้แค่ถุงมือ รองเท้าบู๊ท และไขควงขนาดใหญ่ จะถอดสูทออกก็ไม่ได้เพราะต้องทำงานในห้องเย็น ผู้จัดการโรงงานบอกว่าทุกคนต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อให้รักษาคุณภาพของปลาหมึกดองและตนก็ไม่มีคนมาช่วย โดยปลาหมึกทั้งหมดอยู่ในรถบรรทุกขนาด 3.5 ตันสามคัน และ 4.5 ตันสองคัน เขาบอกให้ทุกคนจับคู่และเข้าไปตรวจทานปลาหมึกดองในตู้แช่แข็งของรถบรรทุก ปรากฏว่าคือแรไม่มีคู่เลยต้องทำงานคนเดียว แถมยังต้องทำงานในรถบรรทุกขนาด 4.5 ตันอีกด้วย