เรื่องย่อ ลุ้นรักอีกที…นา มีแร (Marry Him If You Dare) ตอนที่ 11

มีแรไปสมัครคอร์สนักเขียนบทโทรทัศน์ เจ้าหน้าที่คิดว่ามีแรอายุมากแล้วจึงถามว่าทำไมถึงเพิ่งจะมาเริ่มเอาป่านนี้ มีแรตอบว่าที่ผ่านมาคุณเคยส่งใบสมัครและตัวอย่างผลงานไปแล้วหลายที่แต่ไม่มีใครตอบกลับมา เจ้าหน้าที่กล่าวว่าคนอายุขนาดมีแรควรเป็นนักเขียนหลักแล้วด้วยซ้ำ และชี้ว่าหากมีแรพึ่งเริ่มในฐานะเด็กใหม่อาจทำให้ผู้ร่วมงานรู้สึกอึดอัด (ที่มีลูกน้องอายุมากกว่า) ที่สำคัญ คุณมาช้าไปสำหรับคอร์สปัจจุบัน ถึงกระนั้นมีแรก็ยังไม่ยอมแพ้และขนตำราเกี่ยวกับการเขียนบทโทรทัศน์ไปนั่งอ่านที่ร้านกาแฟ

ในที่สุดทีมผลิตก็ยอมเลื่อนการสัมมนามาเป็นตอนหนึ่งทุ่ม แต่จูฮยอนยังไม่วายสงสัยว่าผู้ดำเนินรายการมาร่วมประชุมกับข้างผลิตทำไม เมื่อคิมชินกล่าวว่าเป้าหมายของตนคือการทำเรตติ้งคนดูให้ได้ 20% ทุกคนก็ขำกลิ้ง พีดี "ลี แจซู" (พีดี คือ โปรแกรม ไดเร็คเตอร์ หรือ โปรดักชั่น ไดเร็คเตอร์) แย้งว่ารายการของพวกตนไม่ได้ออกอากาศช่วงไพร์มไทม์ แต่เป็นรายการตอน 6 โมงเช้า คิมชินไม่สนใจและกล่าวต่อว่า 'มิแรนด้า' ต้องการเรตติ้ง 15% แต่ตนจะทำให้ได้ 20% เลยต้องใส่ใจทีม 3 มากเป็นพิเศษ (และนี่ก็เป็นเหตุผลที่เขาต้องร่วมการสัมมนา) จูฮยอนถามคิมชินว่าเขาจะดันเรตติ้งอย่างไรโดยเฉพาะอย่างมากในวันเสาร์ พอคิมชินเสนอให้เล่นเรื่อง 'ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ' ทุกคนก็ขำกลิ้งอีกรอบ ฮยอนอาพยายามอธิบายว่ากลุ่มคนดูรายการเป็นแม่บ้าน แถมช่วงที่รายการออกอากาศเหล่าแม่บ้านต้องดูแลลูกๆ และสามี คิมชินจึงตัดบทด้วยการบอกให้นำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่สนุกสนาน

จูฮยอนถามคิมชินว่าหัวข้อ 'ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ' เป็นเรื่องสนุกสำหรับเขางั้นหรือ จากนั้นก็หันไปถามเซจูว่า ในตอนเช้าโดยเฉพาะอย่างมากเช้าวันเสาร์เขาอยากดูรายการทีวีที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจหรือเปล่า เซจูกล่าวว่ารายการจะน่าดูไหม อยู่ที่ว่าพวกตนผลิตสินค้าออกมาอย่างไร ทุกคนรู้สึกแปลกใจเมื่อได้ยินเซจูเรียกรายการว่าสินค้า เซจูจึงชี้ว่าพวกตนทำรายการในเชิงพาณิชย์เลยจำเป็นต้องคำนึงถึงผลกำไร คิมชินได้ยินดังนั้นจึงมองว่าเซจูเป็นเด็กใหม่ที่ไม่เข้าใจแวดวงโทรทัศน์ เขาถามเซจูว่าเพิ่งจะเริ่มงานก็เห็นการทำรายการเป็นธุรกิจการค้าแล้วหรือ เซจูสวนกลับว่าถ้าอย่างนั้นรายการทีวีเป็นงานศิลปะหรืออย่างไร จากนั้นก็ชี้ว่าการทำรายการต้องสร้างรายได้และผลกำไรให้กับทางสถานี คิมชินได้ยินดังนั้นก็ไม่พอใจ (และเถียงไม่ออก) เขาพูดประชดว่าอีกหน่อยเซจูคงรุ่งแน่ จากนั้นก็บอกทีมงานว่าตนทำงานร่วมกับเซจูไม่ได้ และให้ส่งเซจูไปหาเงินที่อื่นแทน พูดจบเขาก็เดินออกจากห้องทันที